Home

Since I choose to throw my life into full time job, life is kind of stuck in only office – house loop.

Nothing much really happen…..nothing

ตั้งแต่ได้เริ่มต้นเข้าสู่วงจนมนุษย์ทำงานแล้วไซร้ ชีวิตก็เข้าสู่วงเวียนของความไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างบ้านและออฟฟิค

มันก็ดำเนินมาแบบนี้เรื่อยๆ ชีวิตก็ไปได้เรื่อยๆๆ และเรื่อยๆ จนความรู้สึกบางอย่างเริ่มเรียกร้องออกมาเบาๆ

 

IMG_20140511_0001

I miss going to somewhere and get lost.

I miss being alone and let my brain and my thoughts reorganize.

But importantly, I miss walking. I miss the feeling of excitement when my feet is touching the unfamiliar ground and lead to some unexpected place that out of the guide book.

รู้สึกว่า “คิดถึง” การได้เดินทางไปยังซักที่หนึ่งบนโลกใบนี้และปล่อยให้ตัวเองหลงทาง

“คิดถึง” การได้อยู่เฉยๆ นิ่งๆ ในสถานที่นึงและปล่อยให้ความคิดในสมองมันจัดระบบระเบียบใหม่

แต่ยอมรับว่าเหนือสิ่งใด คือรู้สึกคิดถึงการได้ “เดิน” ไปยังทุกหนทุกแห่ง การได้เหยียบก้าวไปบนถนนที่ไม่คุ้นเคย

ที่มักพาไปสู่สถานที่ๆมักจะคาดไม่ถึง ซึ่งหนังสือนำเที่ยวก็อาจจะพาไปไม่ถึงอีกด้วยซ้ำ

IMG_20140511_0003

So yes I had a plan…..and my decision is something very unexpected to my family also.

พอเริ่มคิดได้ การตัดสินใจแบบเบลอๆ ก็เกิดขึ้น เลยเกิดความตกใจแบบไม่ตั้งตัวแบบเบลอๆไปครอบครัวด้วย

IMG_20140511_0004

Well being Asian youngest daughter of the family isn’t easy to be independent.

หลายๆคนคงมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน หรือต้องผ่านความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันมั้ง การที่เป็นลูกสาวชาวเอเชีย

ยิ่งเป็นคนเล็กของบ้านด้วยก็คงไม่ต้องบอกอะไรมาก

IMG_20140511_0002_2

But beside that, it feels good though. My thoughts went back to my first time backpacking in Jordan.

แต่ถ้าตัดเรื่องความคาดหวังและความห่วงใย(อันหาที่สิ้นสุดไม่ได้)ของครอบครัวออกไป

ก็อยากจะบอกว่า มันโคตะระรู้สึกดีนะ ตื้นเต้นกับอนาคตที่กำลังจะมา ในขณะที่ความนึกคิดมันก็ย้อนกลับไปถึงตอนที่เริ่มแบกเป้ครั้งแรก เมื่อครั้งตัดสินใจเบลอๆ (ตลอดอ่ะ) ไปเจอร์แดน

IMG_20140511_0002

And this is how my trip is start…..

และ ณ จุดนี้แหละ ที่การเดินทางมันได้เริ่มต้นขึ้น……

The moment I packed everything I just found out that my passport is already out of date…

and yes I found out one week before my trip.

ความตลก 69 อันแรกที่ผุดขึ้นมาคือ เมื่อจัดสรรกระเป๋าเสร็จ ก็เพิ่งมาค้นพบว่า

พาสปอร์ตมัน……หมดอายุ………หนึ่งอาทิตย์ก่อนบิน

ตลก….

IMG_20140511_0013

And since Thai political situation is still unstable,

some government buildings are shut by the protestors.

Including Consular building……

Lovely……..

และเนื่องด้วยสถานการณ์การเมืองมันก็ยังครุ่ๆ กรุ่นๆ และก็เผาๆ ไหม้ๆ

ผู้รักชาติก็เลือกปิดอาคาราชการ ตามนโยบาย Bangkok Shutdown

ก็เลย Shut down  อาคารกรมการกงศุลไปด้วย

ตลกรอบสอง…..

So in order to get my passport,

I had t wake up at 2 AM to go to the temporary building to get my passport done.

Arrived at 2.30 to found out that there was people who came before me to get the passport queue…

เพื่อจะได้ทำพาสปอร์ตที่เค้าว่ากันว่า โหดมหาประลัย เพราะทำได้แค่ไม่กี่เล่มต่อวัน

ก็ต้องถีบตัวเองออกจากเตียง ขูดขี้ตาออกและลากสังขารมายังตึกทำการชั่วคราวตั้งกะตีสอง

มาถึงสีสองครึ่งก็ว่าตลกแล้ว มาเจอประชาชนชาวไทยที่รักยิ่งบางส่วนที่แม่งมาเข้าแถวล่วงหน้าก่อนกรูอีก

ตลกรอบสาม……

IMG_20140511_0015

After had been waiting for 5 hours, Finally I got my passport done

(with one of my worst picture ever in that passport)

ก็นั่งสัปหงกหัวทิ่มไป 5 ชั่วโมง ในที่สุดก็ได้พาสปอร์ตที่มีรูปอันหน้าตาน่าเกลียด

เสมือนต่างด้าวผู้หลบหนีเข้ามาทำงานแบบโหนรถบรรทุกมาทั้งคืน

IMG_20140511_0013_2

But well, have you ever heard

“When things start to get worst, it will get worse….”

I will tell you…..this is so freaking true!!

ตลกไปสามรอบและ แต่คงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า

“ถ้าสถานการณ์มันเริ่มส่อแววเลวร้ายแล้วไซร้ มันก็จะแม่งยิ่งแย่ลงไปอีก”

(คือไม่รู้หรอกว่านะเขียนให้สวยหรูยังไง รู้แต่ว่า มันจริงซะจนกลัวเลย!)

IMG_20140511_0009

and the airport system had to be broken on that day………..

ส่งงานแบบแม่งไหม้เสมือนเป็นไฟป่าเสร็จ

ก็ถึงคิวของระบบคอมพิวเตอร์สนามบินแห่งสยามประเทศที่แม่งช้ายังกะเต่าเดินหลับในกันค่ะ

IMG_20140511_0008

after an hour of waiting, I still had one important duty as a daughter..

รอไปชมนึง ใครว่าจะได้ไปถึงประตูแบบเดินนวยนาด สวยๆ เก๋ๆ กันคะ??

IMG_20140511_0006

but the moment I sat down on the seat, suddenly I felt like I finally step into another world.

everything I had to carry on my shoulder were left in front of the Gate already.

So light and peacefully elieve…

Well this is why people is so addicted to travel

แม้ว่าจะเจอกับเรื่องตลกร้ายน้ำตาจิเกือบไหลขนาดนั้น

แต่วินาทีที่ได้นั่งลงบนเก้าอี้โดยสารสีสันสดใส ความรู้สึกข้างในมันก็พลิกเปลี่ยน

เหมือนว่า ณ ตอนนี้ เรากำลังนั่งอยู่ในโลกอีกใบนึง

โลกที่ภาระและความรับผิดชอบบนบ่าไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาอยู่ได้

ซึ่งก็ได้แต่กองอยู่หน้าประตูเครื่องบิน รอวันมารับกลับ

ความรู้สึกเบาๆและโล่งใจแบบอิ่มเอมนี้มั้ง ที่เป็นสารเสพติดให้คนยังคงหลงใหลกับการเดินทาง

IMG_20140511_0005_2

my ticket 🙂

IMG_20140511_0011

at that moment, I need to do something I haven’t had done for almost 2 years since my last backpacking

ซักพักความคันของมือที่ได้ห่างหายไปเกือบ 2 ปีก็ต้องหาที่ลง และก็ถึงเวลาของสมุดปกดำประจำทริปกัน

IMG_20140511_0005IMG_20140511_0014

feel so alive… ever!

so….

안녕하세요
annyeonghaseyo

Welcome to Pinnary’s Korean story.

I will try to update my visual journal as much as I can.

so please wait and see…..

เหมือนพลังงานมันกลับมาอีกครั้ง

ก็นะ ขอต้อนรับอย่างเป็นทางการ

กับเรื่องราวของพินนารี่ในดินแดนเกาหลี

หนึ่งอาทิตย์ที่ไปหลงๆ งงๆ ก็จะถูกอัพเดตผ่านทางเส้นสายเรื่อยๆ

จะพยายามอัพให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ

หวังว่าจะคอยติดตามชมเรื่อยๆ  อันยองนะคะ

IMG_20140511_0007coming soon …..

เร็วๆ นี้

Advertisements

4 thoughts on “Let’s fly and get lost (again)

    • Thanks! and yes I totally agreed with you espeically “We feel the most alive when we’re on the road.”
      Please keep update your blog 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s